Powered By Blogger

วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ข้อความ Error ที่ browser

1xx  หมายถึง  Informational
2xx  หมายถึง  Success
3xx  หมายถึง  Redirection
4xx  หมายถึง  Client Error
5xx  หมายถึง  Server Error
*************************************************
* 100 Continue (100 ดำเนินการต่อ)
* 101 Switching Protocols (101 สลับโปรโตคอล)
* 200 OK (200 โอเค)
* 201 Created (201 สร้างแล้ว)
* 202 Accepted (202 ยอมรับแล้ว)
* 203 Non-Authoritative Information (203 ข้อมูลที่ไม่ผ่านการอนุญาต)
* 204 No Content (204 ไม่มีเนื้อหา)
* 205 Reset Content (205 รีเซ็ตเนื้อหา)
* 206 Partial Content (206 เนื้อหาบางส่วน)
* 300 Multiple Choices (300 หลายตัวเลือก)
* 301 Moved Permanently (301 ถูกย้ายถาวร)
* 302 Moved Temporarily (302 ถูกย้ายชั่วคราว)
* 303 See Other (303 ดูอื่นๆ)
* 304 Not Modified (304 ไม่ได้แก้ไข)
* 305 Use Proxy (305 ใช้พร็อกซี่)
* 400 Bad Request (400 คำขอไม่เหมาะสม)
* 401 Authorization Required (401 ต้องได้รับอนุญาต)
* 402 Payment Required (402 ต้องชำระเงิน)
* 403 Forbidden (403 ถูกห้าม)
* 404 Not Found (404 ไม่พบ)
* 405 Method Not Allowed (405 วิธีการไม่ได้รับอนุญาต)
* 406 Not Acceptable (406 ไม่สามารถยอมรับได้)
* 407 Proxy Authentication Required (407 ต้องรับรองความถูกต้องของพร็อกซี่)
* 408 Request Time-Out (408 คำขอหมดเวลา)
* 409 Conflict (409 ขัดแย้ง)
* 410 Gone (ไม่มีอยู่)
* 411 Length Required (411 ต้องกำหนดความยาว)
* 412 Precondition Failed (412 ข้อกำหนดขั้นต้นล้มเหลว)
* 413 Request Entity Too Large (413 ชื่อคำขอใหญ่เกินไป)
* 414 Request-URL Too Large (414 URL คำขอใหญ่เกินไป)
* 415 Unsupported Media Type (415 ประเภทสื่อไม่สนับสนุน)
* 500 Server Error (500 ข้อผิดพลาดของเซิร์ฟเวอร์)
* 501 Not Implemented (501 ไมได้นำไปใช้)
* 502 Bad Gateway (502 เกตเวย์ไม่เหมาะสม)
* 503 Out of Resources (503 ทรัพยากรไม่เพียงพอ)
* 504 Gateway Time-Out (504 หมดเวลาเกตเวย์)
* 505 HTTP Version not supported (505 เวอร์ชัน HTTP ไม่สนับสนุน)
* 506 Variant Also Negotiates
* 507 Insufficient Storage (WebDAV)
* 509 Bandwidth Limit Exceeded (Apache bw/limited extension)
* 510 Not Extended

เครดิตจาก http://www.tip-com.net/

ปัญหา Blue Screen error

คำว่า Blue Screen คนเล่นคอม จะรู้จักดีและเป็นสิ่งที่ทุกคนกลัวไม่อยากให้เกิดกับ เครื่องของตน เพราะถ้าเกิดนั้นเป็นสัญญาณบอกเหตุว่าคอมของตนเริ่มม ีปัญหา แต่ที่น่าเจ็บใจคือมันบอกเป็นเลขระหัสที่เราๆ ท่านๆ ต้องงงเพราะไม่รู้ว่ามันหมายความว่าอะไร และจะมีทางแก้ไขอย่างไร ผมไปอ่านเจอมาว่าแต่ละตัวมีความหมายอย่างไร ก็ลองแปลมาให้คุณๆ ได้อ่าน คิดว่าน่าจะเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหา ได้บ้าง รหัสที่แจ้งของ Blue Screen จริงๆมีเกินร้อยตัว แต่ผมจะลงเฉพาะที่เกิดขึ้นบ่อยๆ จากการสำรวจ (ของเวปเมืองนอกเขา)

มาเริ่มต้นกันเลย

1.(stop code 0X000000BE)Attempted Write To Readonly Memory
สาเหตุและ แนวทางแก้ไข:
อาการนี้เกิดจากการลง driver หรือ โปรแกรม หรือ service ที่ผิดพลาด เช่น ไฟล์บางไฟล์เสีย ไดร์เวอร์คนละรุ่นกัน ทางแก้ไขให้ uninstall โปรแกรมตัวที่ลงก่อนที่จะเกิดปัญหานี้ ถ้าเป็นไดร์เวอร์ก็ให้ทำการ roll back ไดร์เวอร์ตัวเก่ามาใช้ หรือ หาไดร์เวอร์ที่ล่าสุดมาลง (กรณีที่มีใหม่กว่า) ถ้าเป็นพวก service ต่างๆที่เราเปิดก่อนเกิดปัญหาก็ให้ทำการปิด หรือ disable ซะ

2.(stop code 0X000000C2) Bad Pool Caller
สาเหตุ และแนวทางแก้ไข:
ตัวนี้จะคล้ายกับตัวข้างบน แต่เน้นที่พวก hardware คือเกิดจากอัฟเกรดเครื่องพวก Hardware ต่าง เช่น ram ,harddisk การ์ดต่างๆ ไม่ compatible กับ XP ทางแก้ไขก็ให้เอาอุปกรณ์ที่อัฟเกรดออก ถ้าจำเป็นต้องใช้ก็ให้ลงไดร์เวอร์ หรือ อัฟเดท firmware ของอุปกรณ์นั้นใหม่ และคำเตือนสำหรับการจะอัฟเดท ให้ปิด anti-virus ด้วยนะครับ เดียวมันจะยุ่งเพราะพวกโปรแกรม anti-virus มันจะมองว่าเป็นไวรัส

3.(stop code 0X0000002E) Data Bus Error
สาเหตุ และแนวทางแก้ไข:
อาการนี้เกิดจากการส่งข้อมูลที่เรียกว่า BUS ของฮาร์แวร์เสียหาย ซึ่งได้แก่ ระบบแรม ,Cache L2 ของซีพียู , เมมโมรีของการ์ดจอ, ฮาร์ดดิสก์ทำงานหนักถึงขั้น error (ร้อนเกินไป) และเมนบอร์ดเสีย

4.(stop code 0X000000D1)Driver IRQL Not Less Or Equal
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการ ไดร์เวอร์กับ IRQ(Interrupt Request ) ไม่ตรงกัน การแก้ไขก็เหมือนกับ error ข้อที่ 1

5. (stop code 0X0000009F)Driver Power State Failure
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการนี้เกิดจาก ระบบการจัดการด้านพลังงานกับไดรเวอร์ หรือ service ขัดแย้งกัน เมื่อคุณให้คอมทำงานแบบ"Hibernate" แนวทางแก้ไข ถ้าวินโดวส์แจ้ง error ไดร์เวอร์หรือ service ตัวไหนก็ให้ uninstall ตัวนั้น หรือจะใช้วิธี Rollback driver หรือ ปิดระบบจัดการพลังงานของวินโดวส์ซะ

6.(stop code 0X000000CE) Driver Unloaded Without Cancelling Pending Operations

สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการ ไดร์เวอร์ปิดตัวเองทั้งๆ ทีวินโดวส์ยังไม่ได้สั่ง การแก้ไขให้ทำเหมือนข้อ 1

7.(stop code 0X000000F2)Hardware Interrupt Storm
สาเหตุ และแนวทางแก้ไข: อาการที่เกิดจากอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ เช่น USB หรือ SCSI controller จัดตำแหน่งกับ IRQ ผิดพลาด สาเหตุจากไดร์เวอร์หรือ Firmware การแก้ไขเหมือนกับข้อ 1

8.(stop code 0X0000007B)Inaccessible Boot Device
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการ นี้จะมักเจอตอนบูตวินโดวส์ จะมีข้อความบอกว่าไม่สามารถอ่านข้อมูลของไฟล์ระบบหรื อ Boot partitions ได้ ให้ตรวจฮาร์ดดิสก์ว่าปกติหรือไม่ สายแพหรือสายไฟที่เข้าฮาร์ดดิสก์หลุดหรือไม่ ถ้าปกติดีก็ให้ตรวจไฟล์ Boot.ini อาจจะเสีย หรือไม่ก็มีการทำงานแบบ Multi OS ให้ตรวจดูว่าที่ไฟล์นี้อาจเขียน Config ของ OS ขัดแย้งกัน
อีกกรณีหนึ่ง ที่เกิด error นี้ คือเกิดขณะ upgrade วินโดวส์ สาเหตุจากมีอุปกรณ์บางตัวไม่ Compatible ให้ลองเอาอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นหรือคิดว่ามีปัญหาออก เมื่อทำการ upgrade วินโดวส์ เรียบร้อย ค่อยเอาอุปกรณ์ที่มีปัญหาใส่กลับแล้วติดตั้งด้วยไดร์ เวอร์รุ่นล่าสุด

9. (stop code 0X0000007A) Kernel Data Inpage Error
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการนี้เกิด มีปัญหากับระบบ virtual memory คือวินโดวส์ไม่สามารถอ่านหรือเขียนข้อมูลที่ swapfile ได้ สาเหตุอาจเกิดจากฮาร์ดดิสก์เกิด bad sector, เครื่องติดไวรัส, ระบบ SCSI ผิดพลาด, RAM เสีย หรือ เมนบอร์ดเสีย

10.(stop code 0X00000077)Kernel Stack Inpage Error
สาเหตุ และแนวทางแก้ไข:
อาการและสาเหตุเดียวกับข้อ 9

11.(stop code 0X0000001E)Kmode Exception Not Handled
สาเหตุ และแนวทางแก้ไข:
อาการนี้เกิดการทำงานที่ผิดพลาดของไดร์เวอร์ หรือ service กับ หน่วยความจำ และ IRQ ถ้ามีรายชื่อของไฟล์หรือ service แสดงออกมากับ error นี้ให้ทำการ uninstall โปรแกรมหรือทำการ Roll back ไดร์เวอร์ตัวนั้น
ถ้ามีการแจ้งว่า error ที่ไฟล์ win32k สาเหตุเกิดจาก การ control software ของบริษัทอื่นๆ (Third-party) ที่ไม่ใช้ของวินโดวส์ ซึ่งมักจะเกิดกับพวก Networking และ Wireless เป็นส่วนใหญ่
Error นี้อาจจะเกิดสาเหตุอีกอย่าง นั้นคือการ run โปรแกรมต่างๆ แต่หน่วยความจำไม่เพียงพอ

12.(stop code 0X00000079)Mismatched Hal
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการนี้ เกิดการทำงานผิดพลาดของ Hardware Abstraction Layer (HAL) มาทำความเข้าใจกับเจ้า HAL ก่อน HAL มีหน้าที่เป็นตัวจัดระบบติดต่อระหว่างฮาร์ดแวร์กับซอ ฟท์แวร์ว่าแอปพลิเคชั่นตัวไหนวิ่งกับอุปกรณ์ตัวไหนให ้ถูกต้อง ยกตัวอย่าง คุณมีซอฟท์แวร์ที่ออกแบบไว้ใช้กับ Dual CPU มาใช้กับเมนบอร์ดที่เป็น Single CPU วินโดว์ก็จะไม่ทำงาน วิธีแก้คือ reinstall วินโดวส์ใหม่
สาเหตุอีก ประการการคือไฟล์ที่ชื่อ NToskrnl.exe หรือ Hal.dll หมดอายุหรือถูกแก้ไข ให้เอา Backup ไฟล์ หรือเอา original ไฟล์ที่คิดว่าไม่เสียหรือเวอร์ชั่นล่าสุดก๊อปปี้ทับไ ฟล์ที่เสีย

13.(stop code 0X0000003F)No More System PTEs
สาเหตุ และแนวทางแก้ไข:
อาการนี้เกิดจากระบบ Page Table Entries (PTEs) ทำงานโดย Virtual Memory Manager (VMM) ผิดพลาด ทำให้วินโดวส์ทำงานโดยไม่มี PTEs ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับวินโดวส์ อาการนี้มักจะเกิดกับการที่คุณทำงานแบบ multi monitors
ถ้าคุณเกิดปัญหา นี้บ่อยครั้ง คุณสามารถปรับแต่ง PTEs ได้ใหม่ ดังนี้
1. ให้เปิด Registry ขึ้นมาแก้ไข โดยไปที่ Start > Run แล้วพิมพ์คำสั่ง Regedit
2. ไปตามคีย์นี้ HKEY_LOCAL_MACHINESYSTEMCurrentControlSetControlSe ssion ManagerMemory Management
3. ให้ดูที่หน้าต่างขวามือ ดับคลิกที่ PagedPoolSize ให้ใส่ค่าเป็น 0 ที่ Value data และคลิก OK
4. ดับเบิลคลิกที่ SystemPages ถ้าคุณใช้ระบบจอแบบ Multi Monitor ให้ใส่ค่า 36000 ที่ Value data หรือใส่ค่า 40000 ถ้าเครื่องคุณมี RAM
128 MB และค่า 110000 ในกรณีที่เครื่องมี RAM เกินกว่า 128 MB แล้วคลิก OK รีสตาร์ทเครื่อง

14.(stop code 0X00000024) NTFS File System

สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการนี้สาเหตุเกิด จากการรายงานผิดพลาดของ Ntfs.sys คือไดร์เวอร์ของ NTFS อ่านและเขียนข้อมูลผิดพลาด สาเหตูนี้รวมถึง การทำงานผิดพลาดของ controller ของ IDE หรือ SCSI เนื่องจากการทำงานของโปรแกรมสแกนไวรัส หรือ พื้นที่ของฮาร์ดดิสก์เสีย คุณๆสามารถทราบรายละเอียดของerror นี้ได้โดยให้เปิดดูที่ Event Viewer วิธีเปิดก็ให้ไปที่ start > run แล้วพิมพ์คำสั่ง eventvwr.msc เพื่อเปิดดู Log file ของการ error โดยให้ดูการ error ของ SCSI หรือ FASTFAT ในหมวด System หรือ Autochk ในหมวด Application

15.(stop code 0X00000050)Page Fault In Nonpaged Area
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการ นี้สาเหตุการจากการผิดพลาดของการเขียนข้อมูลในแ รม การแก้ไขก็ให้ทำความสะอาดขาแรมหรือลองสลับแรมดูหรือไ ม่ก็หาโปรแกรมที่ test แรมมาตรวจว่าแรมเสียหรือไม่

16.(stop code 0Xc0000221)Status Image Checksum Mismatch
สาเหตุและแนวทาง แก้ไข:
อาการนี้สาเหตุมาจาก swapfile เสียหายรวมถึงไดร์เวอร์ด้วย การแก้ไขก็เหมือนข้อ 15

17.(stop code 0X000000EA)Thread Stuck In Device Driver
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการ ของ error นี้คือการทำงานของเครื่องจะทำงานในแบบวนซ้ำๆ กันไม่สิ้นสุด เช่นจะรีสตร์ทตลอด หรือแจ้งerror อะไรก็ได้ขึ้นมาไม่หยุด ปัญหานี้ สาเหตุอาจจะเกิดจาก Bug ของโปรแกรมหรือสาเหตุอื่นๆ เป็นร้อย การแก้ไขให้พยายามทำตามนี้
1.ให้ดูที่ Power supply ของคุณว่าจ่ายกำลังไฟเพียงพอกับความต้องการของคอมคุณ หรือไม่ ให้ดูว่าในเครื่องคุณมีอุปกรณ์มากไปไม่เหมาะกับ Power supply ของคุณ ก็ให้เปลื่ยนตัวใหม่ให้กำลังมากขึ้น ปัญหานี้ผมเคยมีประสพการณ์แล้ว 2 ครั้ง คือ
-1.1 ประสพการณ์ครั้งแรก เกิดจากคอมเครื่องที่สอง (ผมมีคอมตั้งโต๊อยู่ 2 เครื่อง ปัจจุบันใช้ Notebook ) สเปคหลักๆนะครับ
CPU:AMD Barton 2500 (210*11=2310)
M/B:Abit A7N
Ram:1G Dual Kington
Powersupply: Enamax 465P-VE
และอุปกรณ์ตกแต่งตรึม แรกๆเครื่องก็ดีโปรแกรมหรือเกมที่ว่าหนักๆมารับได้หม ด อยู่มาวันหนึ่งก็เกิดอาการ error ตามข้อนี้ พยามยามแก้แล้วแก้อีก มันไม่หายสักที่ ก็บังเอิญไปเจอบทความของคุณ A-e-e แห่ง UnlimitPC ตามลิงค์นี้ http://www.unlimitpc.com/modules.php?name=Artical&pa=showpage&pid=19 ก็ลองดูที่ ฺBios ก็เป็นจริงอย่างคุณ A-e-e ว่าไว้ ก็ไม่รอช้าจัดการตามที่คุณ A-e-e สอน เรียบร้อยหายไม่มีอาการมากวนใจอีก ต้องขอบคุณ คุณ A-e-e มา ณ ที่นี่ด้วยครับ
-1.2 ประสพการณ์ที่สอง เกิดกับคอมเครื่องแรก สเปค
CPU:AMD T-Bred 1700 (166*11=1826)(Over clock ขึ้นสมอง)
M/B:Soltek 75FRN2-RL
Ram:512MB Dual Geil
Powersupply: Enamax 351P-VE
และอุปกรณ์ตกแต่งตรึมเหมือนกัน เครื่องก็เหมือนเคยใช้ได้ไม่มีปัญหาอยู่ก็มี error แบบนี้อีก คราวนี้ไม่กลัวเข้าใจว่าคงเหมื่อนเครื่องที่แล้วตรวจ ที่ Bios ก็เป็นเหมือนเคยก็จัดการทำการแก้ไขเหมือนเคยที่แล้วม า ผลไม่หายครับเป็นอีก นั่งงมอยู่วันเต็มๆ ด้วยถอดชิ้นส่วนเครื่องทั้งหมดมาตรวจ ก็เจอปัญหาจนได้ก็คือ ตัว Capacitor ที่เมนบอร์ดตัวที่จ่ายไฟเลี้ยง CPU บวมมีขี้เกลือเกาะเต็มไปหมด
ที่เขียนมายาวก็เพื่อเล่าประสพการณ์จริงให้ รู้เพื่อค ุณๆ อาจจะมีปัญหาเหมือนผมจะได้เป็นแนวทางแก้ไข
2. ให้คุณดูที่การ์ดจอว่าได้ใช้ไดร์เวอร์ตัวล่าสุด ถ้าแนใจว่าใช้ตัวล่าสุดแล้วยังมีอาการ ก็ให้ทำการ Rollback ไดร์เวอร์ตัวก่อนที่จะเกิดปัญหา
3. ตรวจดูการ์ดจอและเมนบอร์ดว่าเสียหรือไม่เช่น มีรอยไหม้, ลายวงจรขาด มีชิ้นสวนบางชิ้นหลุดจากตำแหน่งเดิม เป็นต้น
4. ดูที่ Bios ว่าส่วนของ VGA slot เลือกโหมด 4x,8x ถูกตามสเปคของการ์ดหรือไม่
5. เช็คดูที่ผู้ผลิดเมนบอร์ดว่ามีไดร์เวอร์ตัวใหม่หรือไ ม่ ถ้ามีให้โหลดลงใหม่ซะ
6. ถ้าคุณมีการ์ดแลนหรือเมนบอร์ดของคุณมี on board อยู่ให้ disable ฟังก์ชั่น "PXE Resume/Remote Wake Up" โดยไปปิดที่ BIOS

18.(stop code 0X0000007F) unexpected Kernel Mode Trap

สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการนี้ส่วนใหญ่จะเป็นกับนัก Overclock (ผมก็คนหนึ่ง) เป็นอาการ RAM ส่งข้อมูลให้ CPU ไม่สัมพันธ์กันคือ CPU วิ่งเร็วเกินไป หรือร้อนเกินไปสาเหตุเกิดจากการ Overclock วิธีแก้ก็คือลด clock ลงมาให้เป็นปกติ หรือ หาทางระบายความร้อนจาก CPU ให้มากที่สุด

19. (stop code 0X000000ED)Unmountable Boot Volume
สาเหตุและแนวทางแก้ไขอาการ ที่วินโดวส์หา ฮาร์ดดิสก์ไม่เจอ (ไม่ใช่ตัวบูตระบบ) ในกรณีที่คุณมีฮาร์ดดิสก์หลายตัว หนึงในนั้นคุณอาจใช้สายแพของฮาร์ดดิสก์ผิด เช่น ฮาร์ดดิสก์เป็นแบบ 33MB/secound ซึ่งต้องใช้สายแพ 40 pin แต่คุณเอาแบบ 80 pin ไปต่อแทน
ที่มา : http://www.tip-com.net/

วันจันทร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

30 ทิปเล็กน้อย ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม

1. ในขณะที่คุณกำลังจะ Restart เครื่องใหม่ ก่อนที่จะกดปุ่ม OK ให้คุณกด Shift ค้างไว้ จะทำให้คุณ Restart ได้เร็วขึ้น
2. ในบาง Web Site หากคุณกด Ctrl ค้างไว้ และเลื่อน Scroll ที่ Mouse จะทำให้ตัวอักษรของ Web Site นั้นใหญ่ขึ้น
3. หากกดปุ่ม Refresh หรือ F5 แล้วยังเป็นข้อมูลเดิม ลองกด Ctrl + F5 รับรองจะได้ข้อมูลที่ใหม่ล่าสุดแน่ๆ
4. คุณสามารถเปิดไฟล์ Tips.txt ขึ้นมาเพื่ออ่านเทคนิคต่างๆ ได้ ซึ่งไฟล์นี้จะอยู่ใน c:\\windows ของคุณ
5. ในระหว่างที่คุณกำหลังใช้ งาน IE อยู่นั้น สามารถกดปุ่ม F4 เพื่อเป็นการเปิดดู URL List ในช่อง Address ได้เลย
6. การกดปุ่ม Esc ระหว่างการใช้ IE จะทำให้ IE ของคุณนั้นหยุดโหลดได้ โดยที่ไม่ต้องกดปุ่ม Stop
7. ระหว่างการใช้ IE สามารถกดปุ่ม Alt + D หรือ Ctrl + Tab เพื่อเข้า Address bar อย่างเร็วได้
8. คุณสามารถเพิ่มความเร็วให้กับ Internet ได้โดยทำการถอดสายเครื่องโทรศัพท์ ที่มีการต่อพ่วงอยู่กับสายที่ใช้ต่อ Internet ออก
9. คุณสามารถ ไปที่ Start -> Run และพิมพ์ว่า welcome กด Enter เพื่อเปิดหน้าต่างต้อนรับของ Windows ได้
10. ที่ Notepad หรือ ICQ หากคุณลืมเปลี่ยน Mode ภาษา ให้กดปุ่ม Ctrl + Back Space เพื่อแก้คำที่พิมพ์ผิดไปแล้ว
11. คุณสามารถ เปิด Folder Desktop อย่างรวดเร็ว โดย Start -> Run พิมพ์จุด (.) ลงไปแล้วกด Enter
12. ใน IE สามารถกด Space Bar เพื่อนเลื่อนหน้า Page ลงได้ ส่วนเลื่อนขึ้นคือ Shift + Space Bar
13. ใน Windows คุณไม่สามารถ สร้าง Folder ที่ชื่อ \"con\" ได้
14. ใน IE ที่ช่อง Address ปุ่ม Ctrl+Enter สามารถช่วยคุณ
ในการพิมพ์ URL ได้เร็วยิ่งขึ้น
15. การกด Ctrl ค้างเอาไว้ ตอนเวลา BOOT เครื่อง จะทำให้คุณไม่พลาด Startup Menu
16. คุณ สามารถปิดนาฬิกาที่ Taskbar ได้ โดยคลิกขวาที่ Task bar > Properties > เอาเครื่องหมาย Show Click ออก
17. หากคุณกด F11 ใน Windows Explorer จะช่วยให้มีการทำงานที่สะดวกขึ้น
18. ใน ICQ การส่ง Message หากคุณกด Ctrl+Enter จะสะดวก กว่าการ Click Mouse ที่ปุ่ม send
19. คุณ สามารถกด F2 เพื่อ ใช้ในการเปลี่ยนชื่อ Icon ต่างๆ ได้
20. การกด F5 ใน NotePad จะเป็นการแทรก เวลา และวันที่ ปัจจุบัน
21. การกด Windows + E จะเป็นเปิด Windows Explorer ขึ้นมา
22. เปิด System Properties อย่างรวดเร็วคือการกด Window + Pause Break
23. การย่อยทุกๆ หน้าต่างที่เปิดใช้งาน ให้ยุบไปให้หมด คือการกด Window + D ถ้าจะขยายคืนมาอีก ให้กดซ้ำ
24. การเคาะวรรคในโปรแกรม Dreamweaver คือ Shift + Ctrl + Space Bar ส่วนการเว้นบรรทัดคือ Shift + Enter
25. การ ลบไฟล์แบบ ไม่เก็บไว้ใน Recycle Bin คือการกด Shift + Delete
26. การก ด Shift ค้างไว้ เวลาใส่แผ่น CD-Rom จะเป็นการไม่ให้มันเปิด Autorun ของแผ่น CD-Rom นั้นขึ้นมา
27. การ Restart เครื่องอย่างเร็ว คือไปที่ Start -> Shut Down... -> Restart จากนั้น ก่อนที่จะ OK ให้กด Shift ค้างเอาไว้
28. ในระหว่างใช้ Browser คุณสามารถกดปุ่ม Space Bar เพื่อเลื่อนหน้าลง และ Shift + Space Bar เพื่อนเลื่อนหน้าขึ้นได้
29. กด Shift + คลิก จะเป็นการเปิดหน้าต่างขึ้นมาใหม่ โดยไม่ต้อง back กลับ
30. คุณสามารถ ไปที่ Start -> Run และพิมพ์ว่า hwinfo /ui กด Enter เพื่อดูรายงานต่างๆ ของ HardWare

วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

คำศัพท์ สำหรับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์

เพื่อให้เข้าใจการใช้งานคอมพิวเตอร์


เพื่อเป็นแนวทางในการเรียนรู้การใช้งานคอมพิวเตอร์ ทางเราจึงได้รวบรวมคำศัพท์ต่างๆ เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับฮาร์ดแวร์ หรือชิ้นส่วนของคอมพิวเตอร์เป็นหลัก ทั้งนี้เวลาใช้งาน หรือเรียกอุปกรณ์/ชิ้นส่วนนั้นๆ จะได้มีแนวทางและเข้าใจเหมือนกัน


คำศัพท์ เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

  • การ์ดจอ
    • อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการจัดการให้เกิดการแสดงผลบนหน้าจอคอมพิวเตอร์
  • คีย์บอร์ดหรือแป้นพิมพ์ (Keyboard)
    • อุปกรณ์ในการสั่งงานคอมพิวเตอร์อย่างหนึ่ง ในรูปแบบของการพิมพ์
  • คอมโบไดรซ์ (Combo-Drive)
    • อุปกรณ์สำหรับอ่าน/เขียนแผ่น CD แต่ไม่รองรับการเขียนแผ่น DVD แต่อ่านแผ่น DVD ได้
  • คอมพิวเตอร์เคส (Computer Case)
    • ตัวเครื่องที่หุ้มห่อชิ้นส่วนของคอมพิวเตอร์
  • เครื่องพิมพ์ (Printer)
    • อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับพิมพ์งานจากคอมพิวเตอร์ออกมาทางกระดาษ เครื่องพิมพ์มีหลายชนิดได้แก่ เลเซอร์, หัวเข็ม, แบบพ่นหมึก เป็นต้น
  • ซอร์ฟแวร์?(Software)
    • โปรแกรมในการใช้งาน เพื่ออย่างใดอย่างหนึ่ง
  • ซีดีรอมไดรซ์ (CD-ROM Drive)
    • อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับอ่าน/เขียนแผ่น CD/DVD ทั้งนี้ขึ้นกับรุ่นที่ใช้งานว่ารองรับการอ่าน/เขียนแผ่น CD ประเภทไหนบ้าง
  • ซีอาร์ที มอนิเตอร์?(CRT Monitor)
    • จอภาพประเภทหนึ่ง ที่มีลักษณ์เหมือนจอโทรทัศน์รุ่นเก่า
  • ซีพียู (CPU)
    • หน่วยความผล หรือสมองของคอมพิวเตอร์
  • พอร์ต (Port)
    • ช่องทางสื่อสารของคอมพิวเตอร์ พอร์ตมีหลายอย่างเช่น Serial Port, Parallel Port, USB Port เป็นต้น
  • พาวเวอร์ซัฟฟลาย (Power Supply)
    • อุปกรณ์ในการควบคุมและจ่ายกระแสไฟภายในคอมพิวเตอร์
  • แฟลชไดรฟ์ (Flash Drive)
    • อุปกรณ์ในการจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบแฟลช แบบเคลื่อนย้ายได้ มีขนาดเล็ก พกพาได้สะดวก เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ผ่านทางพอร์ต USB
  • เม้าส์ (Mouse)
    • อุปกรณ์ในการสั่งงานคอมพิวเตอร์อย่างหนึ่ง ในรูปแบบของการคลิก
  • เมนด์บอร์ด/มาสเตอร์บอร์ด (Mainboard / Masterboard)
    • อุปกรณ์ภายในคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ทุกชิ้นของคอมพิวเตอร์
  • ยูพีเอส (UPS)
    • อุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันไฟฟ้าดับ มีแบตเตอรี่ในตัว ในเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ
  • ยูเอสบี (USB)
    • ช่องทางการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ กับคอมพิวเตอร์ที่นิยมใช้งานมากที่สุด
  • สแกนเนอร์ (Scanner)
    • อุปกรณ์ในการสแกนภาพจากสิ่งต่างๆ เข้าไปเก็บในคอมพิวเตอร์ในรูปแบบของไฟล์ (คล้ายการถ่ายภาพ)
  • เว็บแคม (Web Cam)
    • เป็นอุปกรณ์ในการสื่อสารในรูปแบบวีดีโอ สามารถสื่อสารผ่านทางอินเตอร์เน็ตแบบเห็นภาพเคลื่อนไหวได้
  • หน่วยความจำ (RAM)
    • หน่วยความจำที่ใช้สำหรับการประมวลผลข้อมูล
  • แอลซีดี มอนิเตอร์?(LCD Monitor)
    • จอภาพประเภท แอลซีดี มีขนาดบาง ประหยัดพลังงาน
  • ฮาร์ดดิกส์ (Harddisk)
    • อุปกรณ์ในการเก็บข้อมูลที่สำคัญที่สุดของคอมพิวเตอร์
  • ฮาร์ดแวร์ (Hardware)
    • อุปกรณ์หรือชิ้นส่วนทั้งหมดของคอมพิวเตอร์ที่สามารถจับต้องได้ รวมทั้งภายนอกและภายในตัวเครื่องด้วย
?

เหตุผลที่คอมพิวเตอร์ของเรายังติดไวรัสอยู่

คอมพิวเตอร์คุณติดไวรัสหรือเปล่า

ทำไม ทั้งๆ ที่เราติดตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัสแล้ว คอมพิวเตอร์ของเรายังติดไวรัสอยู่ มีหลากหลายเหตุผลที่หลายๆ คนอาจมองข้าม วันนี้ เรามารวบรวมเหตุผลที่ำทำให้คอมพิวเตอร์ของเรายังติดไวรัส เผื่อเอาไว้ให้เพื่อนๆ ได้นำไปปฏิบัติและป้องกัน เชื่อว่า จะสามารถลดปัญหาไวรัสได้ในระดับหนึ่งอย่างแน่นอน ไม่เชื่อ ลองทำตามกันดูและหลีกเลี่ยงการปฏิบัติการกระทำบางอย่าง

เหตุผลที่คอมพิวเตอร์ของเรายังติดไวรัส

  1. ติดตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัส แต่ม่ได้มีการอัพเดท
  2. ระบบปฏิบัติการ หรือส่วนใหญ่ใช้ Windows ยังเป็นเวอร์ชั่นเก่าอยู่ เช่น Windows 98, Windows ME, Windows 2000 เป็นต้น เวอร์ชั่นเหล่านี้ ทาง Microsoft ได้เลยการพัฒนาไปแล้ว ดังนั้น ถ้าคุณยังใช้ระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นเหล่านี้ โอกาสเสีียงก็สูงกว่าเวอร์ชั่นใหม่ๆ
  3. ไม่มีการอัพเดทระบบปฏิับัติการ หรือที่ Microsoft เีรียกว่า Windows Updated ซึ่งจะต้องทำอย่างสม่ำเสมอ เพราะการอัพเดท Windows ทาง Microsoft จะพยายามปิดช่องโหว่งของโปรแกรม ซึ่งจะทำให้ลดปัญหาไวรัสได้ในระดับหนึ่งเลบทีเดียว..
  4. ใช้ระบบปฏิบัติการแบบไม่ต้องจ่ายเงิน หรือประเภทแผ่นละร้อยบาท อันนี้อันตรายมากๆ เพราะจะไม่สามารถอัพเดทโปรแกรมให้ทันสมัยได้
  5. แบ่งปันข้อมูล ทาง Flash Drive จากคอมฯ เครื่องอื่นๆ อันนี้สำคัญมาก เพราะโอกาสติดสูงมาก เครื่องที่คุณนำ Flash Drive ไปใช้งานร่วมกัน อาจไม่มีระบบป้องกันไวรัสที่อัพเดท
  6. ใช้โปรแกรมสื่อสาร ประเภท IM (Instant Messaging) อาจได้ของขวัญเป็นไวรัสง่ายๆ โดยเฉพาะถ้าคุณมีการ download ไฟล์ที่แนบมา
  7. ถ้ายังไม่สามารถหลีกเลี่ยงการใช้อีเมลได้ ก็ต้องระวัง โดยเฉพาะกับอีเมลหลอกลวง
  8. ติดตั้งโปรแกรมแบบไม่ถูกต้องตามกฏหมาย มักได้ของแถมเป้นไวรัสประเภท Trojan
  9. ม่ใ่ส่ Password Windows แค่ใส่รหัสผ่านให้กับ Windows ก็ช่วยลดปัญหาได้แล้วครับ
ลองสำรวจการใช้คอมพิวเตอร์ของคุณเอง มีข้อใดตรงกับการใช้งานของคุณหรือไม่่ ถ้ามีสักข้อ นั่นหมายความว่า คอมฯ ของคุณเสี่ยงกับการติดไวรัสอยู่ครับ

โทรจันไวรัสแพร่กระจายผ่าน"เมาส์"ได้

[เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th] รายงานข่าวเช้านี้ อาจจะทำให้คุณผู้อ่านเว็บไซต์ arip หลายๆ ท่านต้องแอบหวั่นใจเล็กๆ เป็นแน่ เมื่อ Netragard บริษัทผู้เชี่ยวชาญระบบรักษาความปลอดภัยบนคอมพิวเตอร์ได้ทดลองแฮค "เมาส์" ที่เราใช้งานกันอยู่ทุกวันนี้ให้มันสามารถแพร่กระจายโทรจันไวรัส หรือมัลแวร์ต่างๆ ได้ นอกเหนือจากการที่ตัวคุณเองจะพลัดหลงเข้าไปในเว็บไซต์อันตราย หรือเสียบแฟลชไดรฟ์ที่ติดไวรัส...โอ้ว พระเจ้า จอร์จช่วยซาร่าด้วย!!!



Netragard ได้ทดลองปรับแต่งฮาร์ดแวร์ของ"เมาส์"ที่เราใช้เสียบเข้ากับพอร์ต USB ใช้งานทุกเมื่อเชื่อวันให้มันสามารถแพร่กระจายมัลแวร์เข้าไปในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้อย่างง่ายดาย "เมาส์ที่เราดัดแปลงภายในจะได้รับการติดตั้งไมโครคอนโทรลเลอร์ ไมโครยูเอสบีฮับ สายเคเบิ้ลมินิยูเอสบี แฟลชไดรฟ์ขนาดเล็ก และ"มัลแวร์"ที่ใช้แพร่กระจาย ซึ่งในความเป็นจริงอาจจะไม่ต้องเป็นเมาส์ แต่เป็นอุปกรณ์ที่ผู้ใช้นำไปเสียบกับพอร์ตยูเอสบีได้โดยไม่สงสัยในตัวมัน โดยทันทีที่ผู้ใช้เสียบเมาส์อันตรายเข้ากับคอมพิวเตอร์ มัลแวร์ที่ทำขึั้นมาโดยเฉพาะก็จะติดเข้าไป และแพร่กระจายตัวเองต่อไปยังคอมพิวเตอร์เครื่้องอื่นๆ บนเครือข่ายต่อไป" Netragard กล่าว

ในโครงการทดลองนี้ ทางบริษัท Netragard ใช้เมาส์ Logitech USB โดยติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมดข้างต้นไว้ภายใน ซึ่งแน่นอนว่า ภายในตัวมันจะมีแฟลชไดรฟ์ยูเอสบีขนาดเล็กที่เก็บมัลแวร์ไว้ภายใน อย่างไรก็ตาม แม้แฟลชไดรฟ์ดังกล่าวจะไม่ได้ใส่เข้าไปในเมาส์ Netragard กล่าวว่า มันก็ยังสามารถดึงมัลแวร์จากเว็บไซต์แทนได้ นอกจากนี้ ทางบริษัทยังพยายามทดลองทำให้มัลแวร์ที่อยู่ใน"เมาส์"หลุดรอดจากการไล่จับของแอนตี้ไวรัสซอฟต์แวร์อีกด้วย โดยเฉพาะไดอะล็อกบ๊อกซ์ที่โผล่ขึ้นมาให้ผู้ใช้ตอบว่า ยอมให้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ตัวนี้ หรือไม่ ซึ่งหากผ่านตรงนี้ไปได้ ผู้ใช้จะไม่ทันสังเกตอาการผิดปกติใดๆ ได้เลย Netragard ได้ทดลองส่งเมาส์ไปยังเป้าหมาย โดยอ้างว่าเป็นโปรโมชั่น เพื่อหลอกล่อให้เหยื่อใช้มัน ไม่เกินสามวัน ทางบริษัทก็พบมัลแวร์ที่อยู่ในเมาส์ตัวดังกล่าวส่งข้อมูลกลับมายังบริษัท ทั้งหมดนี้ Netragard พยายามที่จะพิสูจน์ให้ตระหนักว่า ฮาร์ดแวร์ที่ดูเหมือนไม่มีภัยอะไร สามารถใช้เป็นพาหะในการแพร่กระจายโค้ดอันตรายได้เหมือนกัน
ข้อมูลจาก: Netragard

8 อาการบอกเหตุคอมพิวเตอร์ติด Spyware

ในบ้านเรายังคงพบกับเรื่องของ Spyware บ่อยครั้ง ซึ่งเกิดจากการซุกซน ปนอยากรู้อยากเห็นชอบลองของใหม่ ชอบใช้ของฟรี

งาน นี้เลยมีของแถมมาให้ด้วย โปรแกรมต่างๆ ที่หาได้ง่ายๆ บนอินเทอร์เน็ตนั้น ดูแล้ว ช่างหาได้ง่ายดาย เหมือนขนมหวาน เพียงแต่ใช้อาจารย์กูเกิ้ลหาเท่านั้น ออกมายาวเป็นกิโล เลือกได้ดั่งใจ เหตุนี้เองจึงเป็นที่มาของ Spyware

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่ามี วิธีการสังเกตุนั้น ดูไม่ยากครับ มีวิธีการสังเกตุดังนี้

1. ที่เมนูบาร์ มีแถบคำสั่งเพิ่มขึ้นมา เช่น Search เป็นต้น และมีชื่อของบริษัทที่เป็นต้นทางติดขึ้นมาโดยมีสีสันสวยงาม
2. ที่ทาสก์บาร์ จะปรากฎไอคอนแปลกตา ที่เราไม่เคยเห็น
3. มักจะมีป๊อปอัพโฆษณา ขึ้นมาเป็นระยะ ๆ
4. คอมพิวเตอร์จัดการหมุนโมเด็มเองโดยอัตโนมัติ
5. แบนด์วิดธ์ที่ใช้ส่งข้อมูลออกไปจากเครื่องเรามีปริมาณมาก
6. หน้าหลักของเว็บไซต์ที่เราตั้งไว้ที่ internet option เปลี่ยนไปเป็นชื่ออื่น หรือเป็น about blank แต่เมื่อเรียกใช้งาน กลับส่งเราไปเว็บไซต์อื่นที่เจ้า Spyware เตรียมไว้
7. เครื่องทำงานช้าลง
8. เครื่องมักเปิดหน้าเว็บไซต์ที่เราไม่ได้เรียกขึ้นมา